แนะนำ 4 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ทำให้ใช้ชีวิตกับเบาหวานได้ง่ายขึ้น

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน

เบาหวาน โรคสุดฮิตที่ไม่ว่าใครก็เป็นได้ ทั้งจากกรรมพันธุ์และจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเราเอง ตามสถิติแล้วในประเทศไทยนั้นก็มีคนเป็นโรคเบาหวานมากกว่า 5 ล้านคนเลยทีเดียว ถ้าใครเป็นโรคนี้ก็ต้องดูแลรักษามันไปทั้งชีวิตไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แล้วถ้าวันหนึ่งคนในบ้านของเราเกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมาล่ะ จะมีวิธีช่วยดูแลอย่างไร

เบาหวานโรคที่ฟังแล้วรู้สึกว่าไม่น่าจะต้องกังวลอะไร แต่จริง ๆ แล้วการดูแลนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นโรคที่ต้องติดตามอาการ เพื่อที่จะได้ป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากโรคเบาหวานได้ แถมต้องคอยระมัดระวังไม้ให้ผู้ป่วยเกิดบาดแผลบนเท้าหรือขาอีกด้วย

วันนี้เราจึงอยากจะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมาช่วยให้คุณสามารถดูแลและป้องกันอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่มากับ โรคเบาหวานได้ง่ายขึ้น เพราะหากได้รับการดูแลอย่างดี มีวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ โรคเบาหวานก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

เริ่มที่เครื่องแรก “Gluco track”

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน2

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน3
อย่างที่บอกไว้ว่า การดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำคือ การควบคุมน้ำตาลในเลือด ลองคิดดูว่า ถ้าเกิดว่าเราต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจเช็คค่าน้ำตาลในเลือดทุกวันเราคงรู้สึกขยาดกับการเจาะเลือดอย่างแน่นอน

แล้วถ้าสามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่เจ็บตัวล่ะ? คงใช้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ใช่น้อย บริษัท Integrity Applications., Ltd. จึงได้ผลิตเจ้าเครื่องหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Gluco track โดยนำ 3 เทคโนโลยี Ultrasound, Electromagnetic (Conductivity) และ Thermal (Heat Capacity) มาเข้าด้วยกัน

วิธีการใช้งานนั้นก็ง่ายแสนง่าย เพียงนำคลิปมาหนีบไว้ที่ติ่งหู โดยที่คลิปจะมีเซ็นเซอร์คำนวณค่าระดับน้ำตาลในเลือดด้วยคลื่นพลังงานทั้ง 3 ข้างต้น โดยเครื่องจะบันทึกค่าระดับน้ำตาลในเลือดโดยอัตโนมัติ และสามารถส่งค่าที่วัดได้โดยการดาวน์โหลดไปให้แพทย์ผู้รักษาได้อีกด้วย

หลายคนคงเริ่มคิดว่า มันจะไปแม่นเท่าเจาะเลือดได้ยังไง? แต่ไม่ต้องห่วงเพราะว่าเจ้าเครื่องนี้ได้รับการยอมรับจากสมาคมเบาหวานโลก และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่1, 2*** และในกรณีผู้ที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันก่อนที่จะเป็นโรคเบาหวาน เพียงแค่แนะนำให้คนที่เป็นเบาหวานใช้เครื่องนี้ คุณก็จะไม่ต้องเห็นคนที่คุณรักความเจ็บปวดจากการเจาะเลือดอีกต่อไป

เทคโนโลยีที่สอง Smart Socks

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน4

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน5

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน6
เรื่องเท้าและขาเป็นส่วนสำคัญที่คุณจะต้องดูแลให้ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ถ้าเราสามารถรู้ล่วงหน้าได้
ว่าจุดไหนบนเท้าที่มีโอกาสมีบาดแผลได้ง่ายที่สุด และหาวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที คงจะดีไม่ใช่น้อย นั่นคือที่มาของ Smart Socks ที่ถูกคิดค้นจากเทคโนโลยีสิ่งทอในรูปแบบของถุงเท้า

โดยการทำงานของเครื่องนี้จะติดตามการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในแต่ละจุดของเท้า หากจุดไหนมีอุณหภูมิสูง ก็หมายความว่าเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่เท้ามากที่สุด เซ็นเซอร์ก็จะส่งข้อมูลผ่านบลูทูธ ไปยังสมาร์ทโฟนให้เราได้รับรู้ จะได้ระมัดระวังจุดนั้นบนเท้าเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการเกิดแผลแต่เนิ่น ๆ เพียงเท่านี้เราก็สามารถหาวิธีป้องกันบาดแผลที่จะเกิดขึ้นบนเท้าให้กับคนที่คุณรักได้แล้ว แค่ให้เขาใส่แล้วก็คอยเช็คผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน จะได้คอยระมัดระวังตัวเองเอาไว้เท่านั้น

อุปกรณ์ที่สาม Timesulinเทคโนโลยีช่วยเบาหวาน7

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน8
ทุกวันนี้เรารู้กันอยู่แล้วว่ามีปากกาอินซูลิน สามารถช่วยให้การใช้อินซูลินเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีเกี่ยวกับการให้อินซูลินจะล้ำขนาดไหน การฉีดอินซูลินด้วยตนเองก็ยังคงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ก็อาจเกิดความผิดพลาดได้เพราะไม่ได้ฉีดอินซูลินตรงเวลา แต่จะดีขนาดไหนถ้าเรามีตัวจับเวลาที่จะทำให้คุณไม่ลืมฉีดอินซูลินอีกต่อไป

การที่ต้องฉีดอินซูลินตามกำหนด เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง เพราะคุณจะต้องต่อสู้กับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลาหลายชั่วโมงหากว่าไม่ได้รับอินซูลิน หรือการใช้อินซูลินเป็นสองเท่าก็ทำให้เกิดผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน แต่เราจะคอยเตือนผู้ป่วยตลอดเวลาได้อย่างไร เพราะบางทีเราเองก็ไม่ได้มีเวลาโทรเตือนได้ในทุก ๆ ครั้ง

บริษัท Timesulin จึงคิดค้นเทคโนโลยีฝาปิดปากกาอินซูลินขึ้นมาแก้ไขปัญหานี้ โดยวิธีการใช้งานก็แสนง่าย เพียงแค่เปลี่ยนฝาครอบที่มาพร้อมกับปากกาด้วยฝาปิด Timesulin จากนั้นทุกครั้งที่คุณใช้อินซูลินและวางฝาครอบไว้ระบบจะเริ่มจับเวลาซึ่งจะบอกให้คุณรู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วตั้งแต่การฉีดครั้งล่าสุด นั่นจะไม่ทำให้คุณลืมว่าครั้งต่อไปที่คุณต้องใช้อินซูลินคือเมื่อใด จะไม่มีการใช้ยาเกินขนาดหรือน้อยเกินไปเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คราวนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องคอยเป็นห่วงว่าคนที่คุณรักจะลืมฉีดอินซูลินอีกต่อไป

มาถึงตัวสุดท้ายที่จะมาแนะนำ แอปพลิเคชัน Diamate

เทคโนโลยีช่วยเบาหวาน9
ปัญหาที่เรามักเจอเวลาพาคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานส่วนใหญ่ไปพบแพทย์ แพทย์มักจะถามว่า ค่าน้ำตาลในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ประเภทของอาหารที่ทานเป็นอย่างไร แต่บางทีเราก็ไม่ได้อยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา หรือผู้ป่วยเองก็ยังจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ทำให้เรามักจะตอบคำถามเหล่านี้ด้วยคำว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้ ซึ่งทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคออกมาบิดเบือนได้

จึงมีแอปพลิเคชันตัวหนึ่งเกิดขึ้นมา ชื่อว่า Diamate โดยแอปตัวนี้จะติดตามค่าต่าง ๆ ทั้งค่าน้ำตาลในเลือด อาหารในแต่ละมื้อ และปัจจัยของโรคเบาหวานอื่น ๆ เพื่อวิเคราะห์ถึงแนวโน้มการเกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที และที่สำคัญแอปพลิเคชันตัวนี้ยังมีทีมแพทย์คอยให้คำปรึกษาในเวลาทำการทุกวัน เพื่อให้เราสามารถติดต่อกับทีมแพทย์ได้ หากว่ามีข้อสงสัยหรือให้ประเมินคุณภาพของอาหารที่ผู้ป่วยกินได้อีกด้วย

คราวนี้ก็ไม่ต้องห่วงเวลาที่คุณไม่อยู่บ้านกับคนที่คุณรัก เพราะเขาเองก็จะสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น สามารถปรึกษากับทีมแพทย์ได้ทันท่วงที แถมยังได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและมีประโยชน์ต่อการดูแลตัวเอง อีกทั้งเวลาไปพบหมอครั้งต่อไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะให้ข้อมูลแบบประมาณการ การวินิจฉัยก็จะมีประสิทธิภาพทำให้ห่างไกลจากโรคแทรกซ้อนที่จะมากับโรคเบาหวานอีกด้วย

ใครสนใจแอปพลิเคชันตัวนี้สามารถดาวน์โหลดได้แล้วทั้งทุกระบบปฏิบัติการ และยังสามารถลงทะเบียนการใช้งานล่วงหน้าได้ที่https://www.diamatecare.com แล้วการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แถมแอปพลิเคชันนี้มีให้ใช้ในประเทศไทยแล้ว และเป็นสตาร์ทอัพในโครงการ Alianz Ayudhya Activator อีกด้วย

 

สรุป

โรคเบาหวาน เป็นภัยร้ายจากความหวาน แต่ถ้าเรารู้จักดูแลตัวเอง หมั่นตรวจเช็ค คอยหาอุปกรณ์เสริมที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หากว่าคุณ มีเพื่อน ญาติ หรือมีคนรู้จักเป็นโรคเบาหวานลองแนะนำเหล่าเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เขาเผื่อว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้การดูแลหรือการใช้ชีวิตเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะการป้องกันคือการดูแลที่ดีที่สุด

*** เบาหวานชนิดที่ 1เกิดจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอ เนื่องจากเบตาเซลล์(beta cells) ของตับอ่อนถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จึงต้องได้รับอินซูลินด้วยการฉีดหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน ส่วนเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ตับอ่อนยังสามารถสร้างอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผู้ป่วยต้องมีการควบคุมอาหาร การใช้ยาชนิดกินหรือใช้อินซูลินชนิดฉีด

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
http://www.glucotrack.com