5 ประกัน ที่ใช่! เหมาะกับทุกเจนฯ ใน ครอบครัว วางแผนอนาคตด้วยการทำประกัน

ประกัน ครอบครัว

คนวัยทำงานในช่วงอายุ 30 อัพ ที่เริ่มสร้างครอบครัวมีลูกเล็กที่ต้องดูแล มีพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบเพื่อตอบแทนพระคุณพวกท่านที่เลี้ยงดูเรามา แถมยังมีเรื่องแผนการเกษียณของตัวเองอีก แผนการเงินที่เคยวางเอาไว้อาจจะไม่เพียงพอและทำให้เกิดภาวะเครียดและเสี่ยงกับการเป็นโรคต่างๆมากขึ้น จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามีตัวช่วยนั่นก็คือ การทำประกันนั่นเอง วิธีนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายหรือมาช่วยแบกรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวซึ่งอาจจะกระทบกระเทือนกับเงินในบัญชีเราได้ เรามี ประกัน ครอบครัว ที่เหมาะกับคนทุกวัยมาฝากกันครับ

ประกัน สำหรับ ครอบครัว มีดังนี้

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เหมาะกับใคร? : เจนฯ เอ็กซ์ (ที่มีช่วงอายุ 38-45 ปี) และเจนฯวาย (ที่ช่วงอายุ 22-37 ปี)
ประกันรูปแบบนี้ไม่ใช่แค่ให้ความคุ้มครองชีวิต แต่ยังทำให้เรามั่นใจได้ว่าในวัยเกษียณเราจะมีเงินใช้อย่างที่เราวางแผนไว้ เพราะประกันชีวิตแบบบำนาญบริษัทจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเป็นรายงวดให้แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยอาจจะจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี ซึ่งมักจ่ายตอนที่มีอายุ 55-65 ปีขึ้นไปจนตลอดชีพของผู้เอาประกันหรือจนกว่าจะครบอายุสัญญา เช่นประมาณ 85 ปี แล้วแต่เงื่อนไขของกรมธรรม์
จัดเป็นการทำประกันที่เน้นเก็บเงินออมเพื่อไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณมากกว่าคุ้มครองชีวิต และยังมีประโยชน์ตรงที่สามารถนำเบี้ยไปขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ทั้งปี และไม่เกินปีละ 200,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

เหมาะกับใคร? : เจนฯ เอ็กซ์ (ที่มีช่วงอายุ 38-45 ปี) และเจนฯวาย (ที่มีช่วงอายุ 22-37 ปี)
ประกันรูปแบบนี้ไม่ถึงกับ the must แต่เราคิดว่ามันเหมาะสำหรับแซนด์วิชเจนฯ ที่มีภาระต้องผ่อนทรัพย์สินต่างๆ โดยเฉพาะบ้านซึ่งถือเป็นภาระหนี้สินก้อนโต และพิจารณาแล้วว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราคนข้างหลังไม่ว่าจะ พ่อแม่ หรือลูก อาจจะไม่สามารถแบกรับภาระหนี้สินในส่วนนี้ได้ การทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาก็จะคุ้มครองสินเชื่อในส่วนนั้นๆ ซึ่งวิธีการพิจารณาประกันแบบชั่วระยะเวลานี้ แนะนำว่าระยะการทำประกันจะต้องเท่ากับระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้สิน และต้องดูด้วยว่าอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนชำระหนี้สินเป็นอัตราเดียวกันหรือมากกว่าดอกเบี้ยที่ใช้คิดจำนวนเงินเอาประกันหรือไม่ เพื่อที่จำนวนเงินที่เราทำประกันจะได้เพียงพอต่อการชำระหนี้สินหากเกิดอะไรไม่คาดฝันกับเรา

ประกันสุขภาพเด็ก

เหมาะกับใคร? : เจนฯอัลฟ่า(อายุน้อยกว่า 7 ปีลงไป) และเจนฯ ซี (ที่มีช่วงอายุ 8-15 ปี)
สำหรับแซนด์วิชเจนฯ ที่วางแผนจะมีลูก หรือคนที่มีลูกเล็กวัยตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบ  อยากให้ลองพิจารณาทำประกันสุขภาพเด็กไว้ด้วย เพราะเด็กวัยนี้ยังมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ยังไม่มากนัก ทำให้มีโอกาสเข้าโรงพยาบาลบ่อย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสำหรับเด็กแต่ละครั้งนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าไม่อยากปวดเฮดกับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ก็อาจจะต้องทำประกันสุขภาพเด็กไว้ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาล ซึ่งหลักการพิจารณาประกันสุขภาพเด็กคร่าวๆ ให้ดูที่วงเงินค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก โดยคำนวณจากในปีหนึ่งคุณน่ามีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เท่าไหร่, ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน อย่าลืมว่าเด็กมีความเสี่ยงที่จะนอนโร, เงื่อนไขการให้ความคุ้มครอง โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบจ่ายครั้งต่อครั้งหรือจะทำแบบเหมาจ่าย, ระยะเวลาในการรอคอยของการรักษาโรคเดิม และความคุ้มครองเพิ่มเติม เป็นต้น

ประกันเพื่อการศึกษาบุตร

เหมาะกับใคร? : เจนฯอัลฟ่า(อายุน้อยกว่า 7 ปีลงไป)และเจนฯ ซี (ช่วงอายุ 8-22 ปี)
อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่คนมีลูกให้ความสำคัญคืออนาคตทางการศึกษาของลูก ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากให้พิจารณทำประกันเพื่อการศึกษาลูก ซึ่งวงเงินในการทำประกันนั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการศึกษาที่คุณอยากจะส่งมอบให้กับลูก เช่น ถ้าอยากให้เรียนต่อเมืองนอกด้วยก็อาจจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่าเรียนแค่ในเมืองไทย เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทประกันมักจะมีการกำหนดจำนวนเงินจ่ายคืนให้ในแต่ละปีตามอายุของลูก แถมยังให้ความคุ้มครองกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดกับคุณในฐานะผู้ปกครอง โดยที่กรมธรรม์จะยังมีผลบังคับใช้โดยที่ผู้เอาประกันหรือลูกของคุณไม่ต้องชำระเบี้ยต่อ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าต่อให้คุณไม่อยู่ ลูกก็ยังได้รับการศึกษาอย่างครบถ้วนตามที่ตั้งใจไว้

ประกันสุขภาพพ่อแม่

เหมาะกับใคร? : เบบี้บูมเมอร์ (ช่วงอายุ 53-70 ปี)
โรคที่ผู้สูงวัยมีความเสี่ยงจะเป็นกันสูง ได้แก่ ความดัน, เบาหวาน, มะเร็ง, โรคหัวใจ การทำประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือถ้าทำประกันสุขภาพตอนอายุมากๆ ค่าเบี้ยจะสูง ยิ่งถ้าทำตอนที่พ่อแม่มีโรคประจำตัวไปแล้ว โอกาสที่บริษัทประกันจะไม่รับทำก็มีอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะทำประกันสำหรับผู้สูงอายุ แนะนำให้ซื้อประกันชีวิตเป็นประกันหลักไว้ก่อน จากนั้นถ้ามีกำลังมากพออาจจะค่อยซื้อแบบอนุสัญญาค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม โดยอาจจะเน้นโรคที่พ่อแม่ของเรามีความเสี่ยงที่จะเป็นสูงก็ได้ ทั้งนี้เบี้ยประกันสุขภาพที่เราจ่ายให้บุพการีสามารถนำไปใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง โดยสำหรับคนที่จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้พ่อและแม่จะได้ลดหย่อยรวมสูงสุดปีละ 15,000บาท

สรุป

ทั้งหมดนี้คือ ประกัน ครอบครัว ที่เราเลือกสรรมาให้คนวัยทำงานที่มีภาระต้องดูแลคนในครอบครัวหลายคนได้ลองนำไปเป็นข้อมูลในการวางแผนให้กับอนาคต ถ้าหากว่าเราได้วางแผนทางการเงิน และวางแผนทำประกันที่ดีแล้วก็จะช่วยให้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวมีความปลอดภัยขึ้น หากคนในครอบครัวเกิดการเจ็บป่วยขึ้นการทำประกันเอาไว้ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และคลายความกังวลลงได้

สนใจแบบประกันเพิ่มเติม ดูรายละเอียดที่นี่เลยครับ

อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทักผมมาในไลน์ได้เลยครับ