ชราอย่างมีคุณภาพ ปรับทัพรับสังคมผู้สูงอายุ 4.0

ชราอย่างมีคุณภาพ

เคยได้ยินได้ฟังมาว่า เวลา สุขภาพ และเงิน ไม่เคยมาพร้อมกันได้ เพราะแต่ละช่วงชีวิตก็จะมีหน้าที่ของมันที่เราต้องโฟกัส ซึ่งบ่อยครั้งอาจต้องแลกมากับส่วนใดส่วนหนึ่งที่ต้องหายไป ช่วงวัยเด็กเรามีเวลากันอย่างเหลือเฟือแต่ไม่มีเงิน พอเข้าสู่วัยทำงานก็เน้นทำแต่งานเพื่อเก็บเงินจนทำให้ไม่มีเวลา พอเข้าสู่วัยสูงอายุ เกษียณจากงานแล้ว เราก็มีทั้งเงินทั้งเวลาแต่สุขภาพกลับย่ำแย่

คำพูดข้างบนนี้อาจจะเปลี่ยนไปด้วยกาลเวลายุคสมัยที่เปลี่ยนไป ในปัจจุบันคนไทยดูแลเอาใจใส่สุขภาพกันมากขึ้น ดังจะเห็นจากปรากฏการณ์แห่งชาติ โครงการก้าวคนละก้าว จากใต้สุดไปเหนือสุด ของพี่ตูนบอดี้แสลม ที่ได้ปลุกกระแสสังคมและกระตุ้นให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยออกมาสนใจในเรื่องสุขภาพ

ถ้าทุกคนดูแลสุขภาพกันได้ดี เมื่อพอถึงวัยเกษียณ ก็จะไม่เจ็บป่วยและมีความสามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้ ทำให้เป็นคน าอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังมีเงินออมจากการทำงานมาตลอดชีวิตมาใช้ในยามเกษียณอย่างสบาย แต่ไม่ใช่ว่าผู้สูงวัยทุกคนจะมีเงินออมมากพอในยามบั้นปลายชีวิต ผู้สูงอายุบางท่านอาจจะจำเป็นต้องทำงานต่อหลังเกษียณ เกษียณแล้วจะยังทำงานต่อไปอีก แล้วจะดีหรือ?

เราลองไปดูประเทศที่พัฒนาแล้วหลาย ๆ ประเทศที่ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก่อนเรากัน ประเทศเหล่านี้มีมุมมองต่อผู้สูงวัยต่างจากเดิมไปค่อนข้างมาก โดยมองว่าการที่ประเทศก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุนั้นถือเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่สำหรับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาส อย่างประเทศเกาหลีใต้ ก็มีบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ชื่อบริษัท เอเวอร์ยัง (EverYoung) รับสมัครพนักงานเข้าทำงาน โดยกำหนดเงื่อนไขการสมัครงานเลยว่าจะต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไปเท่านั้น

โดยปัจจุบันทางบริษัทได้ว่าจ้างพนักงานสูงวัยไปแล้วกว่า 420 คน ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของสตาร์ทอัพรายนี้ที่พร้อมจะสร้างวัฒนธรรมทางสังคมไม่ให้กีดกันผู้สูงอายุในการทำงานนั่นเอง
อีกทั้งทางรัฐบาลของหลาย ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้สนับสนุนเงินบำนาญและระบบดูแลสนับสนุนให้ผู้สูงอายุพัฒนาตนเอง หรือกระทั่งมีระบบไมโครไฟแนนซ์ที่สนับสนุนให้ผู้สูงอายุออกมาทำธุรกิจเป็นของตนเอง เพื่อลดปัญหาการว่างงานในสังคมอีกด้วย

จากการที่ทั่วโลกจะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็นจำนวนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทสตาร์ทอัพสาย เฮลท์เทค (Healthtech) ทั้งในไทยและต่างประเทศก็หันมาพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์คนสูงวัยเหล่านี้ เช่น

บริษัท สิงเทล (SingTel) สิงคโปร์ ได้จัดทำโปรเจค ซิลเวอร์ไลน์ (Silverline) สำหรับผู้สูงอายุ โดยใน ซิลเวอร์ไลน์ นี้ก็มีแอปพลิเคชั่นเน้นการใช้งานง่าย ๆ อย่างเช่น แอปพลิเคชั่น คอนเนค (Connect) ซึ่งนำรูปถ่ายของคนมาใช้แทนรายชื่อบุคคลที่เราจะโทรติดต่อ หรือแอปพลิเคชั่น เวลบีอิ้งค์ (Well Being) ที่ให้ข้อมูลแก่ผู้สูงวัยให้ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมเตือนเมื่อถึงเวลาต้องทานยา

นับว่าเป็นโปรเจคที่ทำให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลและติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา อีกทั้งเข้าถึงข้อมูลที่ช่วยดูแลความเป็นอยู่ในชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย

แต่ใครจะทำธุรกิจขายสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุได้ดีกว่า ผู้สูงอายุเหล่านี้มาทำธุรกิจกันเอง เพราะคงไม่มีใครเข้าใจความต้องการได้ดีกว่าเจ้าตัว ผู้สูงอายุกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ในประเทศอังกฤษ มีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นับเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากลุ่มสตาร์ทอัพวัยรุ่นจบใหม่ เพราะผู้สูงอายุเหล่านี้ใช้ความเก๋าประสบการณ์มาทำธุรกิจโดยเฉพาะงานฝีมือ ยังจะเห็นได้จากคุณยาย มาซาโกะ วากามิยะ อายุ 82 ปี ชาวญี่ปุ่น ได้เริ่มหัดเรียนคอมพิวเตอร์เมื่อตอนที่เริ่มเกษียณ ช่วงอายุ 60 ปี แล้วพัฒนาความรู้ทักษะใหม่ ๆ จนพัฒนาต่อและสร้างแอปพลิเคชั่นเกม “ตุ๊กตาฮินะ” เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุ

ชราอย่างมีคุณภาพ2

ซึ่งเกมส์ดังกล่าว ช่วยสร้างความบันเทิง ฝึกสมอง และความจำแก่ผู้สูงวัยได้ดี ทำให้มีเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่น มีคนโหลดแอปพลิเคชั่นนี้ไปแล้วกว่า 42,000 ครั้ง และเห็นว่าจะทำเกมเดียวกันนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วย

ผู้สูงอายุมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าเด็กจบใหม่ เพราะมีประสบการณ์เก๋าเกมส์กว่า อีกทั้งหลายคนเคยเป็นผู้บริหารและที่ปรึกษามาก่อน จึงสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ดี การที่ผู้สูงอายุจะหาโอกาสทางธุรกิจจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั้น จะต้องปรับตัวให้ทันต่อยุคสมัย ก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย

การที่ไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบนั้น เราเองทุกคนจะต้องมีทัศนคติกันก่อนว่ากลุ่มประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวนมากนี้ จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ ไม่ได้ว่าจะเป็นแต่ภาระของสังคม โดยรัฐบาลเองจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการนำทักษะความรู้และประสบการณ์ที่บ่มมานาน มาสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ซึ่งมีแต่จะเพิ่มการพัฒนาศักยภาพตนเองและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจด้วย นำประสบการณ ทักษะและความถนัดของคุณมาสร้างคุณค่าให้กับประเทศของเรากัน ถึงแม้ว่าใครจะว่าเราแก่ แต่เราก็ยังเก๋านะครับ

สนใจแผนประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัย ดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ