จริงหรือไม่… คนโสดตัวคนเดียวไม่ต้องทำประกันก็ได้ ?

ประกันคนโสด2

ในปัจจุบัน เพราะปัจจัยด้านภาวะเศรษฐกิจและสังคมได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เลือกที่จะอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า สถานะคนโสดในปี 2560 สูงกว่าปี 2559 ถึง 4 แสนกว่าคนด้วยกัน และมีแนวโน้มว่าคนโสดจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคนโสดมีมากขึ้นแล้วคุณภาพล่ะ มีมากขึ้นตามด้วยหรือไม่ สิ่งที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพให้คนโสดได้ก็คือ ประกันคนโสด นั่นเอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตหนุ่มโสด สาวโสดทั้งหลาย ไม่ต้องเดือดร้อนเงินเก็บมากนักในยามเจ็บป่วย แถมยังช่วยในเรื่องกาารวางแผนการเงินได้อีก

ประกันคนโสด จำเป็นหรือไม่ ?

แต่เหล่า คนโสด จำนวนมากก็ยังมีความคิดที่ว่า การทำประกันไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะคนโสดใช้ชีวิตตัวคนเดียว ไม่มีภาระ หรือคนข้างหลังให้ต้องเป็นห่วง จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสียเงินมาจ่ายค่าเบี้ยประกัน เอาเงินค่าเบี้ยไปใช้จ่ายความสุขของตนเองในปัจจุบันดีกว่า แต่ความจริงแล้ว การทำประกันยังมีอีกหลายแง่มุมที่น่าสนใจ และมีผลประโยชน์ต่อคนโสดเอง

เพราะการทำประกันเป็นการวางแผนอนาคตล่วงหน้า จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากหากคนโสดหลายคนมองข้ามจุดนี้ไป เพียงเพราะด้วยความเข้าใจผิด คิดว่าการทำประกันจะได้ผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น ทำให้คนโสดรู้สึกว่าเงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันไปไม่คุ้มค่า

แต่ขอบอกก่อนเลยว่า สิ่งที่คนโสดควรจะต้องเตรียมตัวให้แตกต่างจากคนที่มีครอบครัว คือการวางแผนดูแลชีวิตให้ครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน เพราะเราต้องดูแลตัวเราเอง หากเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ เหตุไม่คาดฝันเหล่านี้ย่อมสร้างปัญหาให้กับเราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเงิน การทำประกันไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการกระจายความเสี่ยง และช่วยให้คนโสดอย่างเราสามารถวางแผนชีวิตในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ประกันแบบไหนดีสำหรับคนโสด ?

เชื่อว่าคนโสดหลายคนคงเข้าใจว่าการทำประกันชีวิตจะได้ผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อเสียชีวิตแล้วเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจแบบผิด ๆ เพราะประกันชีวิตแบบนี้ก็คือ เงื่อนไขของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ แต่จริง ๆ แล้ว ประกันชีวิตยังมีตัวเลือกอีกหลายประเภทที่ให้ผลประโยชน์แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เป็นประกันที่เน้นการออมเงินเพื่ออนาคตในชีวิตหลังวัยเกษียณ เพราะชีวิตวัยเกษียณมักปราศจากความแน่นอน ทั้งทางด้านรายได้ หรือแม้กระทั่งความเจ็บป่วยทางร่างกาย โดยเราจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันในทุก ๆ ปีตามระยะเวลาที่กำหนด

แต่พอเราเกษียณอายุ บริษัทประกันก็จะส่งเงินคืนเป็นรูปแบบของเงินบำนาญเรื่อย ๆ จนกระทั่งครบตามจำนวน หรือตามระยะเวลาที่ทำสัญญา ซึ่งการทำประกันแบบนี้จึงเหมาะสำหรับคนโสดที่ต้องการออมเงินไว้สำหรับช่วงเกษียณอายุเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

เป็นประกันชีวิตที่ผสมผสานระหว่างการคุ้มครองชีวิต และการออมเงินแบบได้ผลตอบแทนที่แน่นอน โดยที่เราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเราอยู่จนครบตามระยะเวลาที่ได้ทำสัญญา อาจจะ 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี เมื่อถึงเวลานั้นบริษัทประกันจะต้องจ่ายคืนให้เราตามสัญญา

ซึ่งจำนวนเงินที่ได้คืนนั้นมากกว่าจำนวนเงินเบี้ยประกันที่เราจ่ายไป (คล้ายกับการออมทรัพย์แบบฝากประจำ แต่ได้การประกันชีวิตควบคู่ไปด้วย) โดยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะเหมาะสำหรับคนโสดที่ต้องการสร้างวินัยในการออมเงินแบบปราศจากความเสี่ยง พร้อมทั้งได้รับการคุ้มครองชีวิตอีกด้วย

ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน (unit – linked)

เป็นประกันชีวิตแบบใหม่ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งเป็นการนำเบี้ยประกันส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนรวม โดยเราสามารถเลือกกองทุนและจัดพอร์ตการลงทุนได้เอง แต่จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันได้กำหนดไว้

และในขณะเดียวกัน เบี้ยอีกส่วนก็จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำประกันคุ้มครองชีวิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการประกันชีวิตแบบควบการลงทุนนี้ บริษัทประกันจะไม่มีการรับรองผลตอบแทนขั้นต่ำ เนื่องจากผู้ทำประกันมีโอกาสในการขาดทุนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่ได้เลือกไว้ ดังนั้นผู้ทำประกันประเภทนี้ ควรศึกษากองทุนรวมและการจัดพอร์ตก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ประกันคนโสด

และนอกจากประกันชีวิตแล้ว ยังมีประกันสุขภาพที่มีความสำคัญมากๆ เพราะในปัจจุบัน สังเกตได้ว่าโรคภัยร้ายแรงต่าง ๆ ใกล้ตัวเรามากขึ้น โดยตัวเลขของผู้ป่วยก็มีสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาวก็ป่วยกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น และหากคนโสดที่ไม่ได้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แทบจะหลีกเลี่ยงการเสียเงินจำนวนมากให้กับโรคร้ายเหล่านี้ไม่ได้เลย นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีรายงานพบอีกว่า ตัวคนโสดไร้คู่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคบางโรคมากกว่าคนที่มีคู่รัก

โรคที่คนโสดมีภาวะเสี่ยง

  • โรคมะเร็งเต้านม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเผยว่าคนที่โสด หรือแต่งงานและมีลูกหลังอายุ 35 ปี จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่มีลูกเร็ว เนื่องจากโรคนี้สัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งคนที่ตั้งครรภ์จะไม่มีการหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้
  • โรคช็อกโกแลตซีสต์ เป็นโรคที่สาว ๆ ทุกคนมีสิทธิ์ป่วยได้ โดยเฉพาะสาวโสดที่ปวดประจำเดือนบ่อย ๆ ซึ่งทางการแพทย์ก็ได้แนะนำว่าการป้องกันโรคนี้คือ จะต้องแต่งงานโดยเร็ว เพื่อให้ได้ใช้รังไข่และตั้งครรภ์ โดยการตั้งครรภ์นี้อาจจะทำให้ซีสต์ที่เป็นอยู่ เกิดการฝ่อตัวและสลายตัวลงไปในที่สุด
  • โรคหัวใจ (ที่ไม่ใช่แค่เห็นคนมีคู่ หัวใจก็เจ็บจิ๊ดดด) แต่มีผลวิจัยจากสถาบันนักจิตวิทยา สหรัฐอเมริกาพบว่า การแต่งงานจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะในเพศชาย เนื่องจากเมื่อมีความรัก ร่างกายก็จะผลิตฮอร์โมนแห่งความสุขที่ช่วยขจัดความตึงเครียด ลดความดันโลหิตได้ และยังช่วยรักษาระดับการเต้นของหัวใจให้อยู่ในภาวะสมดุล จึงทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจลดน้อยลง
  • โรคอัลไซเมอร์ โดยมีผลวิจัยจากประเทศอังกฤษพบว่า คนโสดที่อยู่เหงาๆ อย่างตัวคนเดียวมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ มากกว่าคนมีคู่ถึง 42 % และยิ่งคนที่โสดตลอดชีวิตก็จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เพราะผลวิจัยรายงานว่า การที่คนมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของสมองมากยิ่งขึ้น ซึ่งปกติแล้วโรคนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • โรคซึมเศร้า โดยสำนักข่าวบีบีซีเคยรายงานว่า คนโสดที่อยู่เหงา ๆ เพียงลำพังคนเดียว มักจะมีอาการหดหู่ซึมเศร้ามากกว่าคนที่มีคู่หรือคนที่มีครอบครัว ถึง 80 % เนื่องจากคนโสดขาดการสนับสนุนทางสังคม หากได้พบเจอกับปัญหาหรือเรื่องเครียด ก็มักจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตกว่าคนมีคู่

ซึ่งจากที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นว่า ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย จึงขอแนะนำคนโสดตัวคนเดียวว่า การทำประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่สมควรทำเป็นอย่างมาก และยิ่งเมื่อเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา การเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก การทำประกันสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สมควรทำ เพราะเป็นการวางแผนป้องกันไม่ให้เราเสียเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อไม่ให้กระทบเงินออมในส่วนต่าง ๆ ของเราอีกด้วย

โดยปกติประกันสุขภาพนั้นจะมีความคุ้มครองและครอบคลุมหลากหลายประเภทตามแต่ละเงื่อนไขของกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป, ค่าผ่าตัด, ค่าใช้จ่ายจากการที่แพทย์มาดูแล, ค่าพยาบาลพิเศษ, ค่าผู้ป่วยใน / ผู้ป่วยนอก, ค่าห้องและอาหารในโรงพยาบาล, ค่าเรียกรถพยาบาล, ค่าชดเชยรายวันจากการหยุดงาน เนื่องจากต้องพักรักษาตัวตามคำสั่งของแพทย์, ค่าโรคร้ายแรงและมะเร็ง, ค่ารักษาฟัน, ค่าคลอดบุตร และค่าอุบัติเหตุต่าง ๆ เป็นต้น

ทำประกันคนโสด อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ?

หากศึกษาการทำประกันให้รอบคอบจะพบว่า มีสิทธิประโยชน์ที่ได้จากการทำประกันมากมายหลายอย่าง เช่น สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี* โดยการทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปีเอามาลดหย่อยภาษาได้สูงสุดถึง 100,000 บาท

ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญ ก็สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี นำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท (โดยสิทธิ์ในการทำลดหย่อนแบบนี้ จำนวนไม่เกิน 15 % ของเงินรายได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนแล้ว สามารถนำไปลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท)

และในประกันสุขภาพ ก็สามารถนำไปใช้ลดหย่อยภาษีได้เช่นกัน (แต่ต้องเริ่มจ่ายจ่ายประกันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป) โดยสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพไปลดหย่อยภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

นอกจากนี้ หากต้องการทำประกันให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น แนะนำว่าคนโสดควรทำประกันต่าง ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะตอนอายุน้อย ๆ จะจ่ายค่าเบี้ยประกันน้อยกว่าตอนที่เริ่มทำประกันในอายุที่มาก ทั้ง ๆ ที่ได้รับความคุ้มครองเท่า ๆ กัน และยิ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ บางกรมธรรม์อาจจะใช้ระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยไม่กี่ปี แต่ระยะเวลาที่ทางบริษัทจ่ายเงินคืนให้ครบตามสัญญาที่กำหนด ค่อนข้างจะใช้เวลานาน ซึ่งหากเราทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อยจะเกิดผลดีมากกว่า

สรุป

การทำประกันไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ  จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนมีครอบครัวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่คนโสดก็ควรศึกษาไว้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต เมื่อมีการวางแผนใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย คนโสดก็จะมีความสุขมากขึ้น เพราะไม่จำเป็นจะต้องไปกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจคาดฝันได้

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนการทำประกันทุกชนิด เราควรศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดของกรมธรรม์แต่ละประเภทให้เข้าใจอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง เพราะการทำประกันแต่ละแบบ ก็มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นที่ต้องเลือกประกันที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตและครอบคลุมไปถึงอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับเราให้มากที่สุด !

 

* อ้างอิงตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 162, 172, 194 และ 26

 

สนใจวางแผนทำประกัน ดูรายละเอียดทางนี้เลย