วางแผนการเงินวัยเกษียณอย่างไร ให้มั่นคงและสามารถก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ได้อย่างมั่นใจ

ไม่ว่าใครต่างก็มีฝันในช่วงชีวิตวัยเกษียณที่อยากจะปักหลักให้มั่นคง และพักผ่อนในช่วงบั้นปลายของชีวิตอย่างมีความสุข ทว่าการจะเป็นแบบนั้นได้ก็ต้องอาศัยการวางแผนทั้งด้านชีวิตและ วางแผนการเงินวัยเกษียณ ให้ดีพอเช่นเดียวกัน….

หลายคนอาจยึดติดกับคำพูดที่ว่า ความเศร้าที่สุดของชีวิตช่วงวัยเกษียณคือเมื่อตายไปก็ใช้เงินไม่หมด ทว่าในความเป็นจริงแล้ว การที่เรามีช่วงชีวิตในวัยเกษียณที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการเงินไม่พอใช้ต่างหาก ที่เป็นความเศร้าที่สุดของชีวิตอย่างแท้จริง

แน่นอนว่าถ้าเอาเรื่องนี้ไปพูดกับคนรุ่นใหม่ที่อายุเพิ่งได้ 20 – 30 ต้นๆ พวกเขาอาจจะยังมองว่ามันดูห่างไกล และหลายคนก็คิดว่ายังไม่ถึงเวลาจำเป็นที่จะต้องวางแผนให้กับชีวิตตัวเองในช่วงวัยเกษียณ จนบางคนกลับมารู้ตัวอีกทีว่าต้องเริ่ม วางแผนการเงินวัยเกษียณ เพื่อใช้อีกทีตอนวัย 40 – 50 ก็กลายเป็นช้าไปเสียแล้ว

บางคนอาจมองว่าถ้ามัวแต่เก็บเงินไว้ใช้จ่ายยามชราคุณก็จะไม่ได้ใช้ชีวิตในช่วงวัยหนุ่มซึ่งก็ไม่ถือว่าจริงไปซะทั้งหมด เพราะถ้าหากคุณมีการจัดสรรปันส่วนหรือวางแผนการเงินวัยเกษียณที่ดีพอ เชื่อเถอะว่าคุณจะสามารถใช้ชีวิตในช่วงวัยหนุ่มพร้อมกับการปูทางให้ชีวิตที่มั่นคงของตัวเองในยามชราไปได้พร้อมๆ กัน

ประกอบกับการที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากถึง 20% จากประชากรทั้งหมดในอนาคต อีกทั้งผลสำรวจของสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุนยังพบว่ามีคนไทยในช่วงวัย 40 – 60 ปีจำนวนมาก ที่มีการวางแผนการเงินวัยเกษียณที่ผิดพลาด เป็นผลทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา อาทิเช่น หนี้เสียทั้งในและนอกระบบ หรือคุณภาพชีวิตในช่วงวัยเกษียณที่ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ดังนั้น PRS Insure จะขอแนะนำส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินวัยเกษียณเพื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่คุณจะได้พักผ่อนและใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายได้อย่างมั่นคงไปพร้อมๆ กัน และเพื่อตอบโจทย์โลกเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ จนปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า ‘ทุน” คือปัจจัยสำคัญของชีิวิตที่เปรียบได้กับเสาหลักของบ้านเลยทีเดียว

ก่อนอื่นเรามาดู 3 สาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนวางแผนการวัยเกษียณอย่างผิดพลาดกันก่อน

เพราะบางครั้งชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตด้านการเงินในแบบที่เราไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพจนต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากความคาดหมายของเรา

แน่นอนว่าการวางแผนการเงินที่ดีก็เปรียบได้กับการมีฟูกนอนเป็นของตัวเองที่ดีพอ เมื่อไหร่ที่เกิดเหตุการณ์ให้คุณต้อง ‘ล้ม’ อย่างน้อยคุณก็ยัง ‘ล้มบนฟูก’ ที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บเนื้อเจ็บตัวมากจนเกินไป และยังพอมีแรงที่เปรียบได้กับสถานะทางการเงิน ให้คุณสามารถใช้ชีวิตต่อได้ตามแผนที่วางไว้

แต่ก่อนจะเริ่มวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ เราควรไปรู้จักกับสาเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เริ่มต้นวางแผนการเงินช่วงวัยเกษียณของตัวเองกันอย่างผิดพลาดก่อนดีกว่า…

1.การคำนวณค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณที่ผิดพลาด

เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินในช่วงวัยเกษียณ จริงอยู่ที่หลายคนอาจจะมองว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของชีวิตแล้ว เราอาจไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายอะไรมากมายเหมือนตอนเป็นช่วงวัยหนุ่มสาว แต่ในความเป็นจริง ถึงแม้ว่าเราจะเข้าสู่ช่วงวัยที่ต้องการๆ พักผ่อน และความสงบให้ชีวิต เชื่อเถอะว่ายังไงอนาคตก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เราอาจไม่คาดคิดมาเป็นปัญหาให้เราต้องเผชิญอยู่เสมอ อย่างค่ารักษาพยาบาลจากอาการเจ็บป่วยที่ไม่มีวันรู้เลยว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

แล้วเราควรใช้วิธีใดเพื่อที่จะช่วยให้การวางแผนการเงินวัยเกษียณของเราเป็นไปอย่างถูกต้องโดยประมาณ?

สูตรการคำนวณเงินเก็บแบบอย่างง่ายที่นิยมใช้กันก็คือ

เงิบเก็บในช่วงวัยเกษียณ = ภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน x 12 เดือน x อายุขัยหลังเกษียณ x 2 เท่า

ยกตัวอย่างเช่น… คุณวางแผนเกษียณตัวเองตอนวัย 60 ปี และคาดว่าต้องการมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 20,000 บาท จนอายุขัยถึงช่วง 90 ปี

จำนวณเงินที่คุณต้องเตรียมก็จะเท่ากับ 20,000 x 12 x (90-60) x 2 = 14.4 ล้านบาท เห็นไหมครับว่านี่จะเป็นจำนวณเงินที่จะช่วยให้คุณสามารถมีชีวิตในช่วงวัยเกษียณได้ตามแผนที่วางไว้ แต่ต้องไม่ลืมว่าสูตรนี้ยังไม่รวมเรื่องเงินเฟ้อ 3% ต่อปีอีกด้วยนะครับ

2.การชะล่าใจหรือรู้ตัวช้าเกินไป

 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นเลยก็ว่าได้ครับ มีคนจำนวนมากที่ยังคิดว่าการวางแผนการเงินวัยเกษียณเป็นอะไรที่ไกลตัว ยังห่างออกไปอีกหลายสิบปี และไม่จำเป็นต้องเจียดเงินตอนนี้ของตัวเองเพื่อเอาไปใช้ตอนแก่

ทว่าในทางตรงกันข้ามจากผลสำรวจพบว่า กลุ่มคนที่เริ่มวางแผนการเงินวัยเกษียณให้ตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ มักจะสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้อย่างราบรื่น และมีช่วงชีวิตบั้นปลายที่ไม่ติดขัดอะไรมากนัก ตรงข้ามกับกลุ่มที่เริ่มวางแผนให้ตัวเองในช่วงอายุที่เริ่มสูงขึ้น แผนการเงินในช่วงวัยเกษียณมักจะไม่เป็นไปตามที่วางไว้ หรือไม่พอใช้จ่ายที่จะครอบคลุมได้ทั้งค่ารักษาสุขภาพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราอาจคาดไม่ถึง

3.ฝากความหวังไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 เป็นอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นจะมีการหักจากเงินเดือนบวกกับส่วนที่นายจ้างช่วยสมทบให้ไปเรื่อยๆ จนถึงวัยเกษียณ จริงอยู่ที่มันคือกองทุนที่จะช่วยให้เราออมเงินเพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณได้โดยอัตโนมัติ ทว่าข้อมูลจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพบว่า มากกว่า 50% ของสมาชิกกองทุน มีเงินก้อนไว้ใช้ในช่วงวัยเกษียณน้อยกว่า 1 ล้านบาท ในขณะที่มันกลับสวนทางกับค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณที่เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ราว 2 – 3 ล้านบาท/คน

ดังนั้นเราก็คงพูดได้เต็มปากว่าถ้าหากจะฝากความหวังไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียว เงินเก็บที่ได้อาจไม่พอใช้สำหรับชีวิตบั้นปลายซึ่งยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่อาจตามมาอีก

จาก 3 ปัจจัยหลักข้างต้นคงจะทำให้หลายคนเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นมาบ้างแล้วว่า อะไรคือข้อเสียที่ทำให้คนจำนวนมากต้องเจอกับปัญหาด้านการเงินในช่วงวัยเกษียณ

ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากแนะนำว่าการเริ่มสะสมเงินออมให้มากขึ้นเผื่อเอาไว้สำหรับการลงทุนเพื่อทำให้เงินงอกเงยกลับมาเป็นผลตอบแทนตั้งแต่ช่วงที่เรายังมีเรี่ยวแรงในการทำงาน ก็เป็นอีกทางออกของคนที่มีการวางแผนการเงินช่วงวัยเกษียณที่ดีมักจะนิยมทำเช่นกันครับ

ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงในตลาดหุ้น หรือการลงทุนในตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนช้าๆ แบบมั่นคงอย่างพันธบัตรรัฐบาล

ซึ่งปัจจุบันในโลกยุคดิจิตัลแบบนี้การเข้าถึงการลงทุนด้านต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เพราะนอกจากเราจะสามารถเข้าไปเทรดในตลาดหุ้นผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่ายๆ เรายังสามารถหาข้อมูลเรื่องกองทุนต่างๆ หรือการวางแผนการเงินช่วงวัยเกษียณได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นเรามาเริ่มทำความรู้จักกับการวางแผนการเงินให้ชีวิตในวัยเกษียณของเรามันราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นให้มากขึ้นกันดีกว่าครับ…

แล้วอะไรบ้างคือทางเลือกของการลงทุนที่ดีเพื่อวัยเกษียณที่มั่นคง?

 เพราะเรากำลังอยู่ในยุคที่อัตราเงินเฟ้อ 3% ต่อปี อาจฟังดูน้อย แต่เมื่อเวลาค่อยๆ ผ่านไป เจ้าเงินเฟ้อตัวนี้ก็จะค่อยๆ ลดค่าเงินที่แช่เก็บไว้โดยไม่ได้ทำอะไรเลยของคุณให้มีค่าน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้คนที่สนใจในการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณหลายๆ ท่าน จึงเริ่มรู้จักที่จะศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในด้านต่างๆ ที่มีตั้งแต่ความเสี่ยงสูงอย่างตลาดหุ้น ไปจนถึงความเสี่ยงต่ำอย่างการลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งก่อนจะลงทุนเราก็ควรทำความเข้าใจความสามารถทางการเงิน และปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่าย หรือช่องทางรายได้ ของตัวเราเองก่อนด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเราลองไปดูกันเลยว่ามีทางเลือกในการลงทุนใดบ้างที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง

RMF กองทุนรวมยอดฮิตตอบโจทย์วัยเกษียณ

 ถ้าต้องพูดถึงกองทุนใดกองทุนหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์สำหรับการวางแผนการเงินวัยเกษียณมากที่สุด คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่พูดถึงกองทุนรวม RMF (Retirement Mutual Fund) ซึ่งมันถูกออกแบบมาให้เป็นกองทุนที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อวัยเกษียณเป็นหลัก โดยมีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เอื้อให้กับผู้ที่ลงทุนในช่วงวัยเกษียณมากกว่ากองทุนชนิดอื่นๆ

โดยจำนวนเงินที่มีการนำไปลงทุนไว้ในกองทุนรวม RMF จะถูกนำไปบริหารจัดการได้อย่างหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ฯ ลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือแม้แต่ตลาดหุ้น

ข้อดีของมันก็คือเราสามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนของเราให้สอดคล้องกับช่วงอายุได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณอยู่ในวัยทำงานช่วง 20 – 30 ปี สามารถแบกรับความเสี่ยงได้สูง คุณก็อาจจะปรับเปลี่ยนกองทุนส่วนนี้ให้ไปลงทุนในตลาดที่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า (พร้อมความเสี่ยงที่สูงตาม) และเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่แบกรับความเสี่ยงได้น้อยลง เช่นช่วงอายุ 40 – 50 คุณก็อาจจะปรับเปลี่ยนการลงทุนใน RMF โดยหันไปลงทุนในตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยลง ซึ่งแน่นอนว่าผลตอบแทนที่ได้ก็ย่อมน้อยตามความเสี่ยงด้วยนั่นเอง

แม้ว่ากองทุน RMF จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเงินวัยเกษียณที่ดี ทว่าตัวกองทุนเองก็มาพร้อมกับเงื่อนไขในการลงทุนที่อาจทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถนำเงินส่วนนั้นมาใช้จ่ายเหมือนกองทุนปันผลอื่นๆ ได้ โดยเงื่อนไขการลงทุนของกอง RMF จะประกอบไปด้วย

  1. ต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 3% ของเงินได้ หรือ 5,000 บาท (อยู่ที่ว่าส่วนไหนจะมีมูลค่าต่ำกว่ากัน)
  2. ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี โดยต้องลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  3. ต้องถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และมีระยะเวลาในการลงทุนมาแล้วอย่างต่ำ 5 ปี
  4. งดลงทุนปีเว้นปีได้ (ยกเว้นปีที่ไม่มีรายได้)

ถึงเงื่อนไขของกองทุน RMF จะดูเยอะและชวนให้รู้สึกปวดหัว แต่ผลตอบแทนจากการลงทุนก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากคุณจะได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนแล้ว คุณยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ประกันชีวิตแบบบำนาญ ทางเลือกของการวางแผนการเงินวัยเกษียณที่มั่นคง

 หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนที่มีความคิดอยากริเริ่มวางแผนการเงินวัยเกษียณให้กับตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ชื่อตัวประกันอาจจะดูเหมือนเหมาะสำหรับผู้สูงวัย ทว่าในความเป็นจริง ‘ประกันชีวิตแบบบำนาญ’ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลงทุนที่อาจจะไม่ได้สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำให้เราแบบทันที แต่ประกันตัวนี้จะช่วยให้คุณได้รับคืนผลประโยชน์แบบรายปีหลังจากที่อายุครบตามเงื่อนไขกรมธรรมม์ พูดง่ายๆ ก็คือ… ตัวประกันจะจ่ายเป็นเงินบำนาญคืนให้เราเมื่อถึงกำหนดนั่นเองคัรบ

โดยสิทธิประโยชน์ที่ผู้เอากรมธรรมม์จะได้รับหลังจากลงทุนในประกันชีวิตแบบบำนาญจะประกอบไปด้วยดังนี้…

  1. เมื่อครบกำหนดตามเงื่อนไข หรือจ่ายเบี้ยประกันจนครบกำหนด บริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์ให้ผู้เอากรมธรรมม์เป็นรายงวดเท่ากันทุกงวด
  2. ประกันชีวิตแบบบำนาญพ่วงมาพร้อมกับการคุ้มครองชีวิต
  3. สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้ประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
  4. ลดหย่อนภาษีรวมกับ RMF ได้แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

จากสิทธิประโยชน์ข้างต้นเราจะเห็นได้ว่า ‘ประกันชีวิตแบบบำนาญ’ เป็นแพ็คเกจที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์ช่วงชีวิตบั้นปลายของเราได้ดีเลยทีเดียว และที่สำคัญเบี้ยประกันจะถูกมากเมื่อเริ่มทำตั้งแต่ช่วงที่อายุยังน้อยๆ

คราวนี้เราไปดูกันบ้างว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ถูกกำหนดไว้ก่อนที่เราจะได้รับสิทธิประโยชน์ตรงส่วนนี้…

  • ตัวประกันจะกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์ส่วนใหญ่ที่ช่วงอายุ 55 – 85 ปี
  • ต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ครบตามที่ตกลงในกรมธรรมม์ก่อนจึงจะได้รับสิทธิประโยชน์
  • กรมธรรม์ประกันชีวิตมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ต้องทำกับบริษัทรับประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น

จากทั้งหมดนี้เราก็พอจะสรุปได้ว่า ‘ประกันชีวิตแบบบำนาญ’ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมกับ ‘ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา’ ซึ่งนั่นก็หมายถึงบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้เสียภาษีหลังมีรายได้ตามกฎหมายที่รัฐกำหนดนั่นเอง ถึงแม้ว่าการทำประกันแบบบำนาญจะไม่ได้สร้างผลตอบแทนที่งดงามเหมือนกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือลงทุนด้านอื่นๆ แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิตบั้นปลายได้อย่างมั่นคงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

สำหรับใครที่สนใจประกันตัวนี้ทาง PRS Insure ก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาดุจญาติมิตรเช่นกันครับผม เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาศึกษาด้วยตัวเองให้ปวดหัวยุ่งยาก เพราะเราพร้อมที่จะให้บริการอย่างเป็นมืออาชีพ และช่วยวางแผนการเงินวัยเกษียณของคุณให้ก้าวไปอย่างมั่นคงในทุกจังหวะของชีวิตครับ

 

Elderly Insurance ประกันผู้สูงอายุ เลือกที่ใช่ อย่างไรให้ชัวร์